Get Adobe Flash player
   
 
       
       
   
  Home/About Oishi/Corporate Governance  
 
 
คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน โดยได้มีการกำหนดนโยบายให้ดูแล และปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงสนับสนุนให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกรายของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร , ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ผู้ถือหุ้นรายย่อย ได้รับสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยผู้ถือหุ้นทุกรายสามารถมั่นใจได้ว่า ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน และเป็นธรรมจากบริษัทอย่างแน่นอน นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดให้นโยบายดูแล และปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมทั้งการสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกราย ได้รับสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม และเท่าเทียมกัน เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท และสอดคล้องกับข้อปฏิบัติตามข้อบังคับ และกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยคณะกรรมการได้มุ่งเน้นให้บริษัท มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อย่างเคร่งครัด

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้กรรมการบริษัท และผู้บริหารทุกท่านทำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาธุรกรรมของบริษัทที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ และสามารถตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของบริษัทโดยรวม ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดให้กรรมการ และผู้บริหารที่มีส่วนได้เสีย กับธุรกรรมที่ทำกับบริษัทไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำธุรกรรมดังกล่าว

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีการกำหนดมาตรการป้องกันกรณีที่กรรมการ และผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง หรือผู้อื่นในทางมิชอบ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายอื่น เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์ โดยใช้ข้อมูลภายใน ( Insider trading ) หรือการนำข้อมูลภายในไปเปิดเผยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ และผู้บริหาร ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวมไว้อย่างเข้มงวด เป็นต้น

โดยทั้งนี้ ในส่วนของการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน ทางบริษัทได้กำหนดให้ผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และกำหนดห้ามไม่ให้กรรมการ และผู้บริหาร นำข้อมูลภายในที่มีสาระสำคัญของบริษัทซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งรวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่อยู่ในหน่วยงานที่ทราบข้อมูลภายใน จะต้องงดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงระยะเวลา 1 เดือน ก่อนการเปิดเผยงบการเงินให้แก่สาธารณชน หากผู้บริหาร หรือพนักงานคนใดกระทำผิดวินัยจะต้องได้รับโทษซึ่งมีตั้งแต่การตักเตือน จนถึงการเลิกจ้าง โดยบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ในการห้ามมิให้พนักงานของบริษัททุกรายทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงที่ได้รับข้อมูลที่สำคัญ และมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท จนกว่าบริษัทจะได้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างน้อย 30 วันล่วงหน้าก่อนเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน

 
ย้อนกลับ