
ฤดูใบไม้ร่วง
Ohayou Aki - ประเทศญี่ปุ่น หมู่เกาะที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย พื้นที่ทางเหนือ...เกาะฮอกไกโด จรดทางใต้...เกาะโอกินาวา ทอดยาวกว่า 378,000 ตารางกิโลเมตร ถูกปกคลุมด้วยหลากหลายฤดูกาล ทั้ง ฤดูหนาว (Fuyu), ฤดูใบไม้ผลิ (Haru), ฤดูร้อน (Nutsu) และฤดูใบไม้ร่วง (Aki) ซึ่งแต่ละฤดูกินระยะเวลายาวนานร่วม 90 วัน จาก 365 วัน เลยทีเดียว
ระยะเวลายาวนานร่วม 270 วัน ก่อนหน้า ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน ต่างพากันแข่งขันอวดโฉมผู้มาเยือนด้วยสีสันแห่งสรรพชีวิตอย่างภาคภูมิ เฉกเช่นเดียวกันกับฤดูใบไม้ร่วง ที่แม้จะเพิ่งเดินทางมาถึง แต่ก็น่าจับตามองอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะหอบหิ้วเอาสายลมเย็นเอื่อยๆ อุณหภูมิเฉลี่ย 14-18 องศาฯ มาฝากชาวยุ่นแล้ว ตลอดระยะเวลายาวนานร่วม 90 วัน ตั้งแต่กันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน ของทุกปี ประเทศญี่ปุ่นที่เปรียบได้กับผืนผ้าใบขนาดใหญ่ ก็ถูกปลายภู่กันไซส์ยักษ์ละเลงสีแดง ส้ม และเหลือง จากดอกเบญจมาศ...สัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิล ป๊อปลาร์ ซูซูกิ ฯลฯ อย่างบรรจง
เมื่อทุกหัวระแหงถูกแต่งแต้มสีสันจากเหล่าพฤกษานานาพันธุ์ ชาวยุ่นไม่รีรอที่จะแทคทีมคนสนิทออกไปทำกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์กลางแจ้ง บางกลุ่มเล่นกีฬา บางกลุ่มเล่นดนตรี บางกลุ่มหลบมุมแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน และด้วยสีสันแห่งเหล่าพฤกษานานาพันธุ์นี้เองที่กำเนิดเทศกาลสำคัญๆ มากมาย อาทิ เทศกาลชิจิโงซัง (Shichi-Go-San) หรือที่พี่ไทยเราให้ความหมายว่า เทศกาลเจ็ด-ห้า-สาม แพร่หลายมาจากสังคมซามูไร สมัยเอโดะ ในวันนี้...ซึ่งตรงกับวันที่ 15 พฤศจิกายน ของทุกปี สมาชิกทุกคนรวมตัวกันที่ศาลเจ้าใกล้บ้านเพื่อเฉลิมฉลองขวบปีให้กับเจ้าตัวน้อย ขวบปีที่ 3 และ 5 ของเด็กผู้ชาย และขวบปีที่ 3 และ 7 ของเด็กผู้หญิง เป็นต้น อีกทั้งก่อกำเนิดความสมบูรณ์ของอาหารประจำฤดูใบไม้ร่วงชั้นเลิศอีกเพียบ
อาหารประจำฤดูใบไม้ร่วง หลากหลายด้วยวัตถุดิบและรสชาติ แต่ที่ชาวยุ่นภูมิใจนักหนาเห็นจะเป็นมัตสึตาเกะ...ราชาแห่งเห็ด ที่แม้จะมีมาก...หลากพันธุ์ แต่พันธุ์ของญี่ปุ่นนี่แหละ...ตัวจริง และมีราคาแสนแพง (มัตสึตาเกะสดๆ จากญี่ปุ่น 60 กรัม ราคา 980 บาท, 2548) ลองจินตนาการตามช้าๆ มัตสึตาเกะ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น หารับประทานได้เฉพาะฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน ของทุกปี มัตสึตาเกะที่เจริญเติบโตใต้โคนต้นสนแดงที่มีอายุระหว่าง 20-60 ปี อีกทั้งสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม จะมีรสชาติและกลิ่นหอมยอดเยี่ยมที่สุด จะนำไปปรุงเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวานก็สุดแล้วแต่ชอบ แต่ถ้าอยากได้รสสัมผัสที่ล้ำเลิศที่สุดก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เพียงนำไปย่างเกลือบนเปลวไฟอ่อนๆ ในระยะเวลาที่ไม่นาน ก็จะได้ยากิมัตสึตาเกะที่อร่อยชนะเลิศ ส่วนคุณค่าทางอาหารของมัตสึตาเกะ เป็นที่ทราบกันดีว่า อุดมด้วยไฟเบอร์ ช่วยดักจับไขมันจากมื้ออาหารระหว่างวัน รวมทั้งวิตามินบี ที่มีส่วนช่วยลดความดันในเลือด และเหนือกว่าอื่นใด มัตสึตาเกะไม่มีแคลอรี่ รับประทานมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แต่ถ้าจะให้ครบสูตรอาหารประจำฤดูใบไม้ร่วง ที่ขาดไม่ได้เลยคือปลาที่มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายดาบซามูไร...ปลาซันมะ (Pacific Suary) ปลาซันมะเป็นปลาทะเลที่อุดมด้วยไอโอดีนที่หารับประทานเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน ของทุกปีเช่นกัน ปลาซันมะจะมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นและความมันที่เพิ่มขึ้น ผลลัพธ์ก็คือ ปลาซันมะเนื้อแน่นอุดมด้วยโอเมก้า 3 นั่นเอง วิธีการปรุ่งก็ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เหมือนมัตสึตาเกะไม่มีผิดเพี้ยนนั่นคือ นำไปย่างเกลือบนเปลวไฟอ่อนๆ นั่นแหละ จะนำไปย่างซีอิ๊วก็อร่อยไปอีกแบบ เคล็ดลับความอร่อยที่ไม่บอกไม่ได้เลยนั่นก็คือ เวลานำปลาซันมะไปปรุงเป็นเมนูโปรดไม่จำเป็นต้องนำส่วนกระเพาะออก เพื่อให้ได้รสสัมผัสของความขมแทรกอยู่นิดๆ แต่ว่าต้องเป็นปลาซันมะที่สดมากๆ เท่านั้น จึงจะรับประทานส่วนกระเพาะนี้ได้ นับเป็นอาหารประจำฤดูใบไม้ร่วงที่หาเมนูอื่นใดเทียบเคียงได้ยากยิ่ง อร่อยเกินจินตนาการจริงๆ
ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดถึงนี้ไม่ได้มีเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะตลอดระยะเวลายาวนานร่วม 90 วัน ตั้งแต่ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ที่โออิชิ ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น และโออิชิ เอ๊กซ์เพรส ได้จำลองบรรยากาศสายลมเย็นเอื่อยๆ พัดใบเมเปิลร่วงหล่นทั่วทุกพื้นที่ร้าน มาพร้อมกับอาหารประจำฤดูใบไม้ร่วงชั้นเลิศ อาทิ มัตสึตาเกะนะเบะ...มัตสึตาเกะหม้อไฟสไตล์โตเกียว ยากิซันมะ...ปลาซันมะย่างเกลือ และอื่นๆ ร่วม 30 รายการ แล้วอย่างนี้แล้ว จะไม่ลองมาสัมผัสฤดูใบไม้ร่วงประเทศญี่ปุ่น ที่โออิชิ ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น และโออิชิ เอ๊กซ์เพรส สักครั้งด้วยตัวคุณเองเลยเชียวหรือ
|